หลวงพระบาง

ใส่บาตรข้าวเหนียวที่หลวงพระบาง


ผมอยากไปเที่ยวเมือง หลวงพระบาง มานานแล้วครับเพราะเท่าที่ทราบมาเขาบอกว่าหลวงพระบาทนั้นมีความงดงามทั้งทิวทัศน์ ขนบธรรมเนียม ประเพณีตลอดจนผู้คนที่มีอัธยาศัยไมตรีน่ารักยิ่งเรียกว่า มาเที่ยวเมืองนี้แล้วไม่ค่อยมีเรื่องที่ทำให้รู้สึกหงุดหงิดใจ ใครที่มีชีวิตสับสนมีเรื่องราวว้าวุ่นใจ หากได้ไปพักผ่อนที่หลวงพระบางสักอาทิตย์ เรื่องหงุดหงิดทั้งหลายก็จะหายเป็นปลิดทิ้งเลยอากาศก็บริสุทธิ์มากๆ มีแต่สายน้ำและขุนเขาที่ทำให้เราได้ฟอกปอดจนสะอาดหมดจด ก็เป็นเพราะอย่างนี้แหละครับ ผมจึงอยากจะไปมาก จุดประสงค์การไปของผมมีอยู่อย่างเดียว คือ ไปทำบุญ




สายการบินลาวทุกวันนี้ทันสมัยมากนะครับ แม้จะใช้เครื่องบินเล็กแบบใบพัดจุผู้โดยสารได้แค่ 56 คน แต่ก็บินได้นุ่มนวลไม่น้อยทีเดียว แอร์โฮสเตสน่ารักอีกต่างหากทำให้ผมเดินทางไปถึงเมืองหลวงพระบางด้วยความปลอดภัย สบายใจโดยใช้เวลาบิน 1 ชั่วโมง 45 นาที

หลวงพระบางวันนี้เป็นเมืองมรดกโลกในเรื่องของวิถีชีวิต ความเป็นอยู่ของชาวเมืองและสถาปัตยกรรมที่มีความงดงามเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว มองไปทางใดก็พบแต่สิ่งก่อสร้างหลังคาทรงไทย กระเบื้องมุงหลังคาสีน้ำตาลเมืหนกันหมดจนแยกไม่ออกว่าหลังไหนบ้าน หลังไหนวัด แต่ดูแล้วงดงาม มีความเป็นตัวของตัวเองที่ดำรงรักษาเอาไว้เป็นอย่างดี




ที่นี่มีรถน้อยมากจึงไม่จำเป็นต้องมีไฟเขียวไฟเขียวไฟแดงให้เสียเวลา พอมาถึงสี่แยกก้วัดใจกันเอาเองว่าใครจะใจถึงกว่ากันใครใจถึงคนนั้นได้ไปก่อนครับ

ตำรวจก็ไม่ค่อยเห็นเพราะเขาบอกว่าที่นี่ไม่ค่อยจะมีเรื่องราวอะไร นานๆ จะเห็นคนหลวงพระบางทะเลาะกันซักที โจรผู้ร้ายก็ไม่ค่อยมีตำรวจก็เลยไม้องมาเดินตรวจตราให้เสียเวลา บรรยากาศคล้ายกับต่างจังหวัดของบ้านเราเมื่อตอนผมยังเป็นหนุ่มอยู่โน่น เห็นแล้วก็รู้สึกสบายตาสบายใจเพราะผมมาทำบุญ ไม่ได้มาช็อปปิ้งหรือมาเพื่อแสวหาเทคโนโลยีสมัยใหม่ให้รุ่มร้อนในดวงจิต

ตึกรามบ้านช่องของที่นี่มีความสูงแค่ 2 ชั้นเท่านั้น เพราะทางองค์กรยูเนสโกกำหนดความสูงเอาไว้เพื่อรักษาบรรยากาศให้เป็นแบบเดิมๆ ของหลวงพระบางแท้ๆ ที่นี่จึงไม่ลิฟต์ให้พวกขี้เกียจเดินขึ้นบันไดได้ใช้ โรงแรมทุกแห่งจะมีแค่ 2 ชั้นและต้องเดินขึ้นบันไดเพียงอย่างเดียว





สำหรับผู้คนก็หน้าตายิ้มแย้มแจ่มใสและมีความเป็นมิตร ดูแววตาแล้วมีแต่ความจริงใจ ไม่มีลูกเล่นเหมือนอย่างเพื่อนบ้านบางประเทศที่ผมเคยไปมาแล้ว เขาบอกว่าสาวเมืองหลวงพระบางนี้มีความงามแบบธรรมชาติจริงๆ โดยไม่ต้องใช้ตัวช่วยใดๆ และหากอยากดูคนสวยจริงๆ เขาให้ไปดูที่ “บ้านผานม” เพราะที่นั้นผู้หญิงสวยกันหมดทั้งหมู่บ้าน ขนาดแม่ลูกอ่อนยังสวยกว่าสาวๆ แถวบ้านเราเสียอีก

บ้านผานม เป็นจุดท่องเที่ยวที่ใครมาที่หลวงพระบางแล้วจะพลาดไม่ได้ หมู่บ้านนี้อยู่ห่างจากศูนย์กลางเมืองหลวงพระบางเพียง 5 กิโลเมตร ก็ จะถึงหมู่บ้านผานมของชาวลื้อซึ่งมีชื่อเสียงในการทำผ้าทอมือด้วยกี่กระตุก แบบดั้งเดิม ผ้าทอบ้านผานมมีทั้งผ้าแพรเบี่ยงลวดลายแบบลื้อแท้ๆ และผ้าที่ประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น ผ้าปูโต๊ะ ผ้าคลุมเตียง ผ้ารอแก้วรองจาน ฯลฯ และชาวบ้านผานม นำผ้าทอมาวางขายให้นักท่องเที่ยวซื้ออยู่ที่ศูนย์หัตถกรรมกลางหมู่บ้าน





ในสมัยโบราณ เมื่องหลวงพระบางมีวัดอยู่ 64 แห่ง เรียกว่ามองไปทางใดก็พบแต่เจดีย์ระดะแซงเสียดยอด ยลยิ่งแสงแก้วเก้าแก่นหล้าหลากสวรรค์เหมือนในบ้านเรานันแหละครับ แต่วัดส่วนหนึ่งถูกโจรฮ่อบุกเข้าปล้นทำลาย ในปัจจุบันจึงมีวัดหลงเหลืออยู่เพียง 32 แห่งเท่านั้น

วัดใหญ่ ๆ ในเมืองหลวงพระบางมีอยู่หลายวัด และหากใครไปถึงโน่นแล้วก็ควรชมให้ครบทุกวัดเพราะยูเนสโกให้หลวงพระบางเป็นเมื่องมรดกโลกก็เพราะมีวัดวาอารามที่สวยงามเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวนั่นเอง

วัดแรกที่ต้องเข้าไปกราบพระให้ได้คือ วัดเชียงทองราชวรวิหาร วัดนี้สร้างขั้นในปี พ.ศ. 2103 เป็นวัดสุดท้ายที่สร้างขึ้นในขณะที่หลวงพระบางเป็นเมืองหลวงของประเทศเพราะต่อจากนั้นมาเมืองหลวงของลาวย้ายไปเวียงจันทร์
วัดนี้มีจุดเด่นอยู่ที่หลังคาซึ่งสวยงามอ่อนช้อยมาก ทุกอย่างลงตัวได้สัดส่วน สวยจริงๆ





วัดธาตุหมากโม
ที่เรียกเช่นนี้ก็เนื่องจาจากการสร้างเจดีย์ของวัดนี้มีลักษะแปลกจากที่อื่นๆ คือ สร้างให้มีรูปทรงเหมือนลูกแตงโมผ่าซึกชาวหลวงพระบางจีงเรียกกันว่า “พระธาตุหมากโม”

วัดวิชุนราช
วัดนี้สร้างขึ้นในสมัยของพระเจ้าวิชุนราช และที่นี่มี พระองค์หลวงซึ่งเป็นพระพุทธรูปที่ใหญ่ที่สุดในเมืองหลวงพระบาง ให้เราได้กราบไหว้

พระธาตุพูสี
วัดนี้ตั้งอยู่บนยอดเขาสูงตรงข้ามกับพิพิธภัณฑ์วังหลวงของหลวงพระบาง หากได้ขึ้นไปกราบไหว้พระธาตุบนยอดเขาแล้วท่านว่าจะได้กุศลอย่างแรง ต้องเดินขึ้นบันได ไปกว่า 300 ขั้น พร้อมนั้นก็เป็นจุดเดียวที่สามารถมองเห็นทิวทัศน์ของเมืองหลวงพระบางได้อย่างชัดเจนที่สุด

เป็นภาพ 360 องศาที่ดูแล้วจะติดตาตรึงใจไม่รู้ลืมทีเดียว นั่นคือวัดสำคัญๆ ที่เราควรจะแวะเข้าไปกราบพระให้ได้ แต่ไฮไลท์จริงๆ ของการเที่ยวหลวงพระบางคือ การใส่บาตรข้าวเหนียวครับ ท่านผู้อ่าน




ภายในตัวเมืองหลวงพระบางจะมีพระภิษณุและเณรจากวัดต่างๆ อยู่ประมาณ 300 รูปและทุกองค์จะมารวมตัวกันที่ถนน ดังนั้น หากเราต้องการจะใสบาตรก็ต้องมาที่นี่เวลาประมาณตี 5 กว่าๆ แล้วจับจองสถานที่ตรงจุดที่พระเดินผ่าน พร้อมนั้นเราก็ต้องเตรียมดอกไม้ พวกขนมต่างๆ และข้าวเหนียวให้พร้อม

ดอกไม้ที่ใช้ใส่บาตรจะนิยมดอกบัวเพราะคนถือว่าดอกบัวเป้นดอกไม้ไหว้พระจึงมีเด็กๆ ถือตะกร้ามาเร่ขายดอกบัวอยู่เยอะแย่ ใครจะอุดหนุนใครก็ตามแต่ใจท่านเทอญ

ส่วนใหญ่คนลาวจะใช้ “ขนมเทียน” และ “ข้าวต้มมัด” ใส่บาตร เขาไม่นิยมนำอาหารมามัดใส่ถุงใส่บาตรเนื่องที่วัดเขามีแม่ครัวอาสาสมัคร หมุนเวียนเปลี่ยนกันมาทำอาหารที่วัดเรียบร้อยแล้ว

ต่อมาก็ข้าวเหนียว ทุกคนจะถือกระติบข้าวเหนียวแล้วหยิบข้าวเหนียวปั้นเป็นก้อนใส่ลงไปในบาตรหากใครนึ่งข้าวเหนียวมาเองก็แล้วไป แต่ใครไม่นึ่งเองจะมาซื้อก็มีร้านบริการข้าวเหนียวใส่บาตรโดยขายกระติบละ 100 บาท สิ่งสำคัญใสกรใส่บาตรที่นี่ ทุกคนต้องมีผ้าพาดบ่าด้วย ดังนั้นนักท่องเที่ยวทุกคนจึงต้องหามาพาดให้ได้ ก็ไม่ยากนะครับเพราะเขามีร้านให้เช่าผ้าพาดบ่าด้วย

การเดินทางไปสู่ลาว
การเดินทางไป สปป. ลาวนั้นต้องมีหนังสือเดินทางหรือบัตรผ่านแดน

1. หนังสือเดินทาง จะต้องมีอายุไม่น้อยกว่า 6 เดือน สามารถเดินทางไปเที่ยว ลาวได้โดยไม่ต้องขอวีซ่าและพำนักได้ครั้งละไม่เกิน 30 วัน
2. บัตรผ่านแดน หากไม่มีหนังสือเดินทางสามารถใช้บัตรผ่านแดนซึ่งขอทำได้ที่ที่ว่าการอำเภอที่มีชายแดนติดกับลาว โดยใช้บัตรประชาชนและเสียค่าธรรมเนียม 40 บาท สามารพำนักอยู่ได้ 3 วัน 2 คืน หากละเมิดจะถูกจับในข้อหาเดินทางออกนอกพี้นที่โดยไม่ได้รับอนุญาตและจะต้องจ่ายค่าปรับ 100 ดอลล่าร์
การใช้จ่าย
การซื้อสินค้าปลอดภาษีที่บริเวณฝั่งลาว อาทิไวน์ สุราและบุหรี่ ต้องมีเอกสารเข้าเมืองปกติ และพึงระลึกไว้เสมว่าตามกฏหมายไทยอนุญาตให้นำสุราและบุหรี่เข้าประเทศได้ไม่เกิน 1 ลิตรและไม่เกิน 200 มวนต่อคน อัตราแลกเปลี่ยน 1 บาท เท่ากับ 280 กีบ

เบอร์โทรศัพท์ที่สำคัญ
• สถานเอกราชทูตไทย ณ เวียงจันทร์ ( 856-21 ) 214581-3